January 28, 2020
Lifestyle
Spring Artist Series กับ
ศิลปิน Scandebergs

เมื่อตอนที่ โจ มาโลน ลอนดอน โทรศัพท์ไปเชิญศิลปินดูโอ้ Scandebergs ให้มาร่วมสร้างผลงานกับ Spring Artist Series กับเรานั้น ในหัวสมองอันปราดเปรื่องของนักสร้างภาพชาวอิตาลีทั้งสองก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเกี่ยวกับฤดูใบไม้ผลิอยู่แล้ว “ตอนที่ โจ มาโลน ลอนดอน ติดต่อมาเป็นช่วงเวลาที่เพอร์เฟ็คเลยครับ” Alberto Albinese หนึ่งในศิลปินกล่าว “ผมกำลังอ่านมหากาพย์เมทามอร์โฟซีส (Metamorphoses) ที่เขียนโดยออวิด (Ovid) มาจนถึงตอนที่เทพเจ้ากำลังเสกให้คนกลายเป็นดอกไม้ ซึ่งกลายมาเป็นแนวคิดให้กับงานของเรา” เขาพูดถึงความลงตัวของเวลาอย่างยินดี

 

Albinese และ Stefano Colombini ศิลปินดูโอ้คู่นี้นำเรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้านาร์ซิสซัส (Narcissus) ไฮยาซินธ์ (Hyacinth) และ อโดนิส (Adonis) จากมหากาพย์เมทามอร์โฟซีส (Metamorphoses) มาสร้างเป็นรูปภาพเกี่ยวกับช่วงเวลาสำคัญที่เต็มไปด้วยอารมณ์และสีสัน ดอกแดฟโฟดิลที่สะท้อนอยู่ในพื้นผิวสีดำขลับเป็นตัวแทนของเทพนาร์ซิสซัสที่กำลังโศกอาดูรให้กับคนรักของเขาที่ติดอยู่ในบ่อน้ำ และไม่ใช่เพราะเขากำลังจ้องไปที่เงาสะท้อนของตนเองอย่างที่มักถูกเข้าใจผิด “จะว่าไปก็จริงอยู่ที่นาร์ซิสซัสนั้นไร้สาระ” Alibinese กล่าวเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง “แต่เหตุผลที่เขาจ้องลงไปในบ่อน้ำนั้นก็เป็นเพราะว่า นั่นคือคนรักของเขา”

 

ในตำนานเกี่ยวกับเทพไฮยาซินธ์ซึ่งตายจากอุบัติเหตุในระหว่างที่เล่นเกมกับคนรัก เนื่องจากเทพอพอลโลขว้างจานขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อตัดผ่านหมู่เมฆ แต่แล้วโชคชะตาที่เล่นตลกกลับทำให้จานนั้นพลาดพลั้งตกลงมาโดนไฮยาซินธ์แทน ด้วยความโศกเศร้าอพอลโลจึงได้เสกให้เลือดของไฮยาซินธ์กลายเป็นดอกไม้สีม่วงที่เรารู้จักกันดีทุกวันนี้ ศิลปินทั้งสองสร้างสรรค์รูปภาพโดยการนำภาพของดอกไฮยาซินธ์หลายๆ ภาพมาเรียงกันบนกระจกเพื่อสะท้อนถึงท้องฟ้าและหมู่เมฆของวันที่ท้องฟ้าสดใสในฤดูใบไม้ผลิ ส่วนตำนานของเทพอโดนิสนั้น วีนัสผู้เป็นคนรักของเขาก็ได้เสกให้เลือดของอโดนิสกลายเป็นดอกกุหลาบสีแดง หลังจากที่พบว่าอโดนิสถูกฆ่าตายโดยสัตว์ร้ายในป่า โดยในภาพสุดท้ายนี้เป็นภาพของกุหลาบหนึ่งดอกที่กำลังมอดไหม้ในท่ามกลางความน่ากลัวที่หลอกหลอนของผืนป่าสีเขียว

ตำนานเทพเจ้ากรีกทั้งสามนำมาสู่พลังของเทพีชลอริส (Chloris) เทพแห่งฤดูใบไม้ผลิ เพื่อที่จะเสกให้คนรักของพวกเขากลายเป็นดอกไม้ที่สวยงาม ซึ่งสำหรับ Albinese แล้วเป็นการเปรียบเปรยเกี่ยวกับฤดูใบไม้ผลิที่สมบูรณ์แบบในความคิดของเขา “ผมมักพบว่าการที่ดอกไม้แย้มบานออกมาหลังจากความเศร้าโศกและเรื่องราวความรักที่เป็นโศกนาฏกรรมนั้นเป็นสิ่งที่งดงามมากครับ” เขากล่าว “ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูของการเปลี่ยนแปลง ที่ซึ่งธรรมชาติจะผลิดอกออกผลไปทุกหัวระแหง หลังจากที่ฤดูหนาวนำมาซึ่งความหยุดนิ่งไม่ไหวติง”

 

การเล่าเรื่องราวในรูปแบบนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ศิลปินคู่หูสร้างสรรค์ความสะเทือนอารมณ์และความตื่นเต้นให้กับรูปภาพที่สร้างขึ้น “เทคนิคการถ่ายภาพของเราจะใช้รูปแบบเช่นเดียวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ครับ” Albinese อธิบาย “เราจะมองดูภาพที่ต้องการสร้างขึ้นเสมือนกับจับเอาภาพนิ่งมาจากหนังสักเรื่องหนึ่ง และในฉากนั้นเราก็หยุดตัวละครทุกตัวที่กำลังเคลื่อนไหวเอาไว้ชั่วขณะ เป็นวิธีการเล่าเรื่องราวในแบบของเราครับ”

“ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูของการเปลี่ยนแปลง ที่ซึ่งธรรมชาติจะผลิดอกออกผลไปทุกหัวระแหง หลังจากที่ฤดูหนาวนำมาซึ่งความหยุดนิ่งไม่ไหวติง”

Shop The Story

Related Articles

Lifestyle
Scented Places
Accessorising your home with fragrance
Read More
Lifestyle
Reed all about it
How to get the most from your scented diffuser
Read More