January 28, 2020
Lifestyle
Spring Artist Series กับ Hayden Kays

“ผมสนุกกับการไปห้างเทสโก้ก่อนที่จะรู้สึกชอบการไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Tate เสียอีกครับ” Hayden Kays ศิลปินชาวลอนดอนโดยกำเนิดกล่าว หนุ่มคนนี้เป็นเจ้าของผลงานศิลปะข้างถนนสโลแกนเนียริ่งที่ระดับความนิยมโดยมีเหล่าคนดังและผู้รักศิลปะติดตามเป็นจำนวนมาก “ผมไม่รู้จักโลกของศิลปะมาก่อนเลย จนกระทั่งเมื่ออายุมากขึ้นก็ได้แรงบันดาลใจจากการไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ภาพการ์ตูนและรูปบนกล่องซีเรียล มากกว่าที่จะเกิดจากสัญชาตญาณทางศิลปะของตัวผมเอง”

 

ปัจจุบัน Kays อาศัยอยู่ในเมือง Margate ที่อยู่ติดทะเล เขาเติบโตมาในยุค 80 และ 90 ดังนั้นชีวิตวัยเด็กของเขาจึงได้เพลิดเพลินไปกับยุคสมัยอันเฟื่องฟูของการโฆษณาแนวสร้างสรรค์ของอังกฤษ “ผมมั่นใจว่างานทุกชิ้นของผมได้มาจากยุคนั้นครับ ทั้งเรื่องราวและเพลงโฆษณา...มันตลกสุดๆ เลย” Kays เล่าถึงอดีต “และอีกอย่าง...มันก็ง่ายที่คุณจะถูกล้างสมองด้วยความคิดลบๆ โดยเฉพาะช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้นผมจึงอยากจะสร้างผลงานที่โน้มเอียงไปทางด้านการมีความหวังและการมองโลกในแง่ดีมากกว่า”

 

สำหรับเรื่องราว Spring Artist series ของ โจ มาโลน ลอนดอน นี้ Kays มีความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์เรื่องราวขึ้นด้วยการสกรีนภาพพิมพ์สีพาสเทลสดใส 6 ภาพลงบนสโลแกนเกี่ยวกับความรักที่ทั้งแปลกและสะดุดตาซึ่งเขียนขึ้นด้วยลายมือของเขาเอง Kays มีชื่อเสียงจากการพิมพ์สโลแกนโดยใช้พิมพ์ดีดแบบเก่า ตัวอย่างผลงานที่โดดเด่น ได้แก่ ‘If I wasn’t straight I’d be gay’ อย่างไรก็ตามสโลแกนที่เขียนด้วยลายมือนี้จะมีความแตกต่างไปจากสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาเล็กน้อย “ผมคิดว่าการใช้ลายมือของตัวเองจะทำให้คนอ่านรู้สึกถึงความคิดที่เป็นส่วนตัวมากกว่าการสื่อสารด้วยตัวหนังสือที่เป็นทางการครับ” เขาเล่าต่อว่า “ดังนั้นผมจึงเลือกใช้สีสันที่ทำให้รู้สึกเหมือนกับฤดูใบไม้ผลิ เป็นสีพาสเทลโทนอ่อนที่ทำให้รู้สึกมีความหวัง” สีที่เลือกใช้จะถูกสกรีนแบบหยาบๆ ด้วยแปรงขนาดใหญ่เพื่อให้ภาพดูมีพลังและมีการเคลื่อนไหว “และยังทำให้รู้สึกได้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในภาพนี้ต่อไปอีกด้วย” เขายังเสริมอีกว่า “ผมเองค่อนข้างชอบนะ แนวคิดที่ว่าไม่มีอะไรที่มั่นคงถาวร”

สโลแกนที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นในครั้งนี้ได้แก่ ‘Fall in love with now’ และ ‘Love you forever and ever for a while’ เป็นสโลแกนที่เกี่ยวกับการอยู่กับปัจจุบันขณะ “ผมคิดว่าความรักกับฤดูใบไม้ผลิไปกันได้ดีครับ” เขากล่าวออกมาในขณะที่กำลังคิดถึงความหมายของสโลแกนและความเชื่อมโยงที่มีต่อฤดูใบไม้ผลิ “มันเป็นเรื่องราวของการเกิดใหม่และการเงยหน้าขึ้นมาจากความเศร้าสร้อย รวมทั้งการได้ตกหลุมรักธรรมชาติและการมีชีวิตอีกครั้ง” แล้วตัวเขาเองล่ะ...เคยตกหลุมรักในช่วงเวลาฤดูใบไม้ผลิบ้างไหม “ผมน่ะตกหลุมรักออกจะบ่อยครับ” เขาพูดปนหัวเราะ “หลงรักนก รักต้นไม้ และทุกๆ อย่าง ผมว่าการตกหลุมรักช่วงเวลาในปัจจุบันเป็นวิธีที่เราควรจะใช้ในการมองชีวิตครับ”

 

ผลงานทั้ง 6 ชิ้นของ Kays เป็นอิสระต่อกันแต่ก็สามารถนำมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสร้างเป็นบทกวีสั้นๆ ได้ แต่ไม่ว่าเราจะมองดูผลงานทีละชิ้นหรือแบบองค์รวม Kays ก็หวังว่าผลงานของเขาจะสามารถส่งต่อทัศนคติที่ทรงพลังในการมองโลกในแง่ดีและการมีความหวังให้แก่ผู้ชมได้ “ผมคิดว่ามันง่ายมากเลยที่เราจะรู้สึกเศร้าหมองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ” เขาอธิบาย “แต่ในขณะเดียวกันมันก็ช่วยเตือนสติพวกเราด้วยว่าเราโชคดีแค่ไหนที่ยังมีบ้านที่อบอุ่น มีอาหารและน้ำสะอาดไว้ดื่มใช้ ผมหวังว่ารูปภาพเหล่านี้จะช่วยย้ำเตือนให้คุณได้ลองใช้เวลาสักครูเพื่อที่จะรู้สึกขอบคุณความโชคดีเหล่านี้นะครับ”

“ผมคิดว่าความรักกับฤดูใบไม้ผลิไปกันได้ดีครับ มันเป็นเรื่องราวของการเกิดใหม่และการเงยหน้าขึ้นมาจากความเศร้าสร้อย รวมทั้งการได้ตกหลุมรักธรรมชาติและการมีชีวิตอีกครั้ง”

Shop The Story

Related Articles

Lifestyle
Scented Places
Accessorising your home with fragrance
Read More
Lifestyle
Reed all about it
How to get the most from your scented diffuser
Read More